3อันดับ โปรเจคเตอร์ ขนาดพกพา ขายดีและวิธีการเลือกซื้อโปรเจคเตอร์

โปรเจคเตอร์ 3 อันดับ

โปรเจคเตอร์ขนาดพกพาเป็นอีกอุปกรณ์ความบับเทิง ที่จะทำให้คุณได้เพลิดเพลินกับกิจกรรมเวลาไปตั้งแคมป์หรือไปต่างจังหวัดจัดกิจกรรมส่วนตัว เช่น โรงภาพยนตร์ส่วนตัวที่บ้าน, โรงภาพยนตร์กลางแจ้งระหว่างแคมป์ปิ้ง, ปาร์ตี้คาราโอเกะ, เล่นเกมส์ รวมไปถึงการใช้งานในเชิงธุรกิจ เช่น การประชุมและการนำเสนองาน ซึ่งโปรเจคเตอร์ขนาดพกพานั้นสามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ หรือสมาร์ทโฟนอื่น ๆ ได้เลย นอกจากนี้ฟังค์ชั่นการใช้งานโปรเจคเตอร์ขนาดพกพาหลายๆ รุ่นนั้นรองรับความละเอียดได้ถึง Full HD และมีการติดตั้งแบตเตอรี่ในตัวที่สามารถใช้งานได้หลายชั่วโมงครับ

หากยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกโปรเจคเตอร์แบบไหนดี ในบทความนี้เราจะกล่าวถึงวิธีการเลือกและแนะนำโปรเจคเตอร์รุ่นต่าง ๆมาจัดอันดับแนะนำให้เลือกดูกัน

1.ให้ดูเรื่องความละเอียดก่อน ที่แนะนำคือ 800 × 480 ขึ้นไป ต้องการคุณภาพสูงให้เลือก Full HD หากคุณกำลังมองหาโปรเจคเตอร์พกพาที่มีภาพที่ค่อนข้างละเอียด ให้เลือกรุ่นที่ความละเอียดมาตรฐานที่ 800 x 480 ขึ้นไป ความละเอียดจะแสดงด้วยตัวเลข เช่น 1024 × 768 ยิ่งตัวเลขสูง ความละเอียดของภาพก็จะสูงขึ้นตาม

detail-โปรเจคเตอร์-1

2.เลือกจากน้ำหนักและขนาดที่พกพาสะดวก โปรเจคเตอร์ขนาดพกพาส่วนใหญ่นั้นออกแบบมากะทัดรัดสำหรับพกพาได้ง่าย เราแนะนำให้คุณเลือกโปรเจคเตอร์น้ำหนักไม่เกิน 1 กิโลกรัม เพื่อความสะดวกในการขนย้าย

detail-โปรเจคเตอร์-2

3.ดูความจุแบตเตอรี่ที่มากกว่า 4000 mAh เพื่อขยายเวลาในการดูภาพยนตร์

4.ตรวจสอบการเชื่อมต่อว่าเป็นพอร์ต HDMI, USB หรือ Wi-Fi หรือช่องเชื่อมต่ออื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับการใช้งานครับ

detail-โปรเจคเตอร์-3

5.เลือกจากระยะฉายและขนาดของภาพ และรุ่นโฟกัสสั้นหากใช้ในที่แคบ

detail-โปรเจคเตอร์-4

6.เลือกจากกิจกรรมที่จะนำไปใช้ ถ้าฉายในที่มืด ค่าความสว่าง 100 lm / ที่แสงเยอะ ค่าความสว่าง 500 lm ขึ้นไป

detail-โปรเจคเตอร์-5

หากโปรเจคเตอร์ขนาดพกพาที่คุณสนใจนั้นมีขนาดและราคาค่อนข้างใกล้เคียงกัน เราขอแนะนำให้คุณเลือกจากการเปรียบเทียบฟังก์ชั่นเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์สูงสุดในการใช้งาน

3 อันโปรเจคเตอร์ ขนาดพกพา ยอดฮิตขายดี

อันดับ 3 โปรเจกเตอร์ รุ่น  YG300

เครื่องนี้มาพร้อมกับความสว่าง 50 Lumen และความละเอียดที่อาจจะน้อยไปสักหน่อยที่ 320x240Pixel แต่นั่นก็อาจจะเพียงพอแล้วสำหรับการใช้งานที่ไม่จริงจัง ตัวนี้ให้ช่องทางการเชื่อมต่อที่หลากหลาย ทั้ง HDMI / USB และอื่นๆ มีลำโพงในตัว ทำให้ใช้งานตรงไหนก็สะดวก เหมาะเป็นตัวเริ่มต้นทำความรู้จักโปรเจกเตอร์ว่าเหมาะกับไลฟ์สไตล์การใข้งานของคุณหรือไม่

ข้อดี

1.โปรเจกเตอร์เหมาะสำหรับใช้งานในบ้าน ราคาประหยัด

2.เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้หลากหลาย

3.หลอดไฟใช้ได้ยาวนาน 30,000 ชั่วโมง

ข้อเสีย

ความละเอียดไม่สูงมาก

อันดับ 2 โปรเจคเตอร์ รุ่น YG400

มีลำโพงในตัว ปรับภาพคางหมูอัตโนมัติ เชื่อมต่อผ่าน WIFI โปรเจคเตอร์รุ่นนี้มีความละเอียดมาตรฐานที่ 800 x 480 สามารถรองรับความละเอียดขณะฉายภาพได้ที่ 1080P มาพร้อมกับลำโพงในตัว อายุการใช้งานของหลอด LED มีมากกว่า 30,000 ชั่วโมง และมี Keystone Correction ±15° ช่วยปรับภาพคางหมูอัตโนมัติทำให้ภาพไม่บิดเบี้ยวขณะฉาย

ข้อดี

1.โปรเจกเตอร์เหมาะสำหรับใช้งานในบ้าน ราคาประหยัด

2.เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้หลากหลาย

3.หลอดไฟใช้ได้ยาวนาน 30,000 ชั่วโมง

4.มีระบบ Keystone ช่วยปรับภาพอัตโนมัติ

ข้อเสีย

1.โปรเจคเตอร์มีขนาดค่อนข้างใหญ่กว่ารุ่นอื่น 

สนใจสอบถาม / สั่งซื้อ คลิกเลย

อันดับ 1 โปรเจคเตอร์  รุ่น C80

 รุ่นนี้มีความละเอียดมาตรฐานที่ 1280*800 พิกเซล  FULL HD พร้อมระบบเสียงผสมสเตอริโอสไตล์โรงภาพยนตร์  ฮาร์ดแวร์ชิปหลัก: MSTAR V56 อายุการใช้งานของหลอดไฟ 30,000 ชั่วโมง ความสว่างไฟLED : 2800 แอนซิลูแมนส์  มีระบบปรับและแก้ไข Keystone: แนวตั้ง: +/-15 °/โฟกัสด้วยตนเอง พร้อมรีโมทคอนโทรล ลำโพงภายในตัวเครื่องขนาด 8Ω,5 W  รองรับภาษาไทย

ข้อดี

1.โปรเจกเตอร์เหมาะสำหรับใช้งานในบ้าน ราคาประหยัด

2.เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้หลากหลาย

3.หลอดไฟใช้ได้ยาวนาน 30,000 ชั่วโมง

4.มีระบบ Keystone ช่วยปรับภาพอัตโนมัติ

ข้อเสีย

1.โปรเจคเตอร์มีขนาดค่อนข้างใหญ่

เป็นไงกันบ้างครับสำหรับข้อมูลและวิธีการในการเลือกซื้อโปรเจคเตอร์มาใช้งาน เบื้องต้นก็ขอแนะนำเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานจะดีที่สุดค่ะ ถ้าหากคุณลูกค้าได้ความรู้จากบทความนี้ ช่วยกดไลค์ กดแชร์ ให้ด้วยนะครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *